ในปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ตลอดจนภาคธุรกิจต่าง ๆ เมื่อความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีเครื่องมือมาอำนวยความสะดวกในการจัดการพลังงานไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ “ระบบการบริหารจัดการพลังงาน”
การจัดการพลังงาน (Energy Management System : EMS) คือ การบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยในการทำงานเพื่อที่จะบริหารการใช้พลังงาน และค่าใช้จ่ายพลังงาน ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ การวัด การจัดการข้อมูล และการควบคุม ระบบการจัดการพลังงานจะมีขอบเขตตั้งแต่ที่ใช้คนแบบง่าย ๆ ไปจนถึงระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมในการนำไปปฏิบัติใช้จะต้องมีการวางแผนที่ดี มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานและข้อกำหนดต่าง ๆ ในด้านพลังงานและมีการติดตามผลเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สามารถจัดการพลังงานได้อย่างเรียบร้อยราบรื่น มีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  และดำเนินการได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของระบบการจัดการพลังงานในการจัดระบบการจัดการพลังงาน

 

การนำเอาระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มาใช้ในการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในหน่วยงาน โดยสามารถแยกแจกแจงได้เป็นในแต่ละแผนก ชั้นหรือแต่ละตึกในหน่วยงาน และนำข้อมูลที่เก็บได้มาวิเคราะห์เพื่อบริหารการจัดการใช้ไฟฟ้าภายในหน่วยงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดหรือใช้ในการวัดผลก่อนและหลังการจัดกิจกรรมประหยัดพลังงานในหน่วยงาน ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะสร้างรายงานการใช้ไฟฟ้าภายในหน่วยงานแบบอัตโนมัติ โดยสามารถเลือกดูเป็นรายวันและรายเดือน ข้อมูลทั้งหมดประกอบด้วยปริมาณการใช้ไฟฟ้า ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด กราฟเปรียบเทียบค่าทางไฟฟ้า และพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งข้อมูลจะถูกเก็บเป็นแบบ Real time ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยโครงสร้างของระบบจะประกอบด้วยอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้

รูปภาพ : โครงสร้างระบบ Energy Management System

 

คุณสมบัติระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management System : EMS) 

ระบบ Energy Management มีความสำคัญมากในการจัดการพลังงานในแต่ละสถานประกอบการได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยการติดตั้ง โปรแกรมร่วมกับ Power Quality Analyzer Meters, Power Analyzers Meters และ Energy Meters ที่มี Port สื่อสาร RS-485 และข้อมูลการใช้พลังงานจะถูกส่งผ่านระบบ Ethernet และ Mosbus/RTU ผ่าน Centralisesd เข้าสู่คอมพิวเตอร์ส่วนกลางและจัดการพลังงานด้วยโปรแกรม PowerStudio SCADA ซึ่งจะประมวลผลออกมาเป็นข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแล  ระบบการจัดการพลังงาน ไม่เพียงแต่สามารถเรียกดูข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น  แต่ยังรวมไปถึงการใช้ข้อมูลนำมาวิเคราะห์คุณภาพทางไฟฟ้าโดยการ Port Graph จำแนกประเภทการใช้ไฟฟ้าได้อย่างละเอียด โดยทำเป็น Report เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลทางไฟฟ้าที่สำคัญ ๆ เพื่อการพัฒนาระบบไฟฟ้าในอนาคตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการบำรุงรักษาพลังงาน การจัดสรรค่าใช้จ่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านการสื่อสารแบบ Modbus

 

โดยโปรแกรม PowerStudio SCADA มีคุณสมบัติในการเชื่อมต่อและติดต่อสื่อสาร Modbus RTU หรือ Modbus TCP Protocol รวมไปถึง UDP, TCP รวมทั้งสามารถเขียนโปรแกรมหน่วยความจำแผนที่ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในตลาดที่มีการสื่อสารผ่าน Modbus Driver ทั่วไป ผู้ใช้สามารถกำหนดความต้องการจากอุปกรณ์ไปปรับใช้กับความต้องการของโปรแกรมประยุกต์ทั้ง Numerical และ Binary สามารถกำหนดค่าในโปรแกรมควบคุม Modbus เมื่อลงทะเบียนจะถูกป้อนลง Diver Modbus เป็นตัวแปรที่สามารถบันทึกข้อมูลและเรียกใช้ข้อมูลด้วยตัวเองออกมาเป็นตารางและกราฟฟิกรวมไปถึง Parameterise  เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วระบบสามารถส่งต่อไปยังคนอื่น ๆ ผ่านระบบ XML และ OPC ด้วยระบบ Server Module OPC PowerStudio SCADA  Deluxe  และยังสามารถใช้ร่วมกับ SQL แสดงผลออกมาเป็น SQL  Data  Export  ได้อีกด้วย

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากระบบการจัดการพลังงาน EMS

  • สามารถทำรายงานหรือ Billing ค่าไฟฟ้าการใช้โดยแจกแจงในแต่ละวัน สัปดาห์ หรือเดือน โดยแบ่งได้ทั้งแผนก ชั้น หรือร้านค้าต่าง ๆ ภายในหน่วยงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำและลดความยุ่งยากกว่าการที่ให้พนักงานที่รับผิดชอบไปคอยเดินจดข้อมูลจากมิเตอร์จานหมุนแบบเก่า  และป้องกันความผิดพลาดจากการบันทึก Human Error
  • ลดภาระการซ่อมบำรุง  ปรับแต่งและตรวจเช็คตัวมิเตอร์จากค่าที่อ่านผิดพลาดได้
  • สามารถดูค่าพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและค่าพลังงานในหน่วยงานได้เป็นระบบ Real Time หรือค่าพลังงานในขณะเวลานั้น
  • มีความได้เปรียบทางการเงิน เพราะไม่ต้องใช้เวลาที่ยาวนานเหมือนระบบเก่าในการเก็บค่าไฟฟ้าสามารถเก็บค่าไฟฟ้าจากร้านค้าเช่าได้ทันทีตามวันที่หน่วยงานนั้นต้องการ